วันอังคารที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2560

บทที่ 6


บทที่ 6 การติดตั้งไดร์เวอร์และงานปรับแต่งพื้นฐาน


ไดร์เวอร์ หมายถึง ตัวซับอุปกรณ์ จัดเป็นโปรแกมชนิดหนึ่ง ซื่งปกติจะแนบมาพร้อมกับอุปกรณ์ภายในกล่องบรรจุภัณฑ เช่น ไดรเวอร์เมนบอร์ด ไดรเวอร์เครื่องพิมพ์ และไดรเวอร์เครื่องสแกนเนอร์ เป็นต้น








หน้าที่หลักของไดรเวอร์  คือช่วยให้ระบบปฏบัติการสามารถเข้าไปติดต่อและจัดการกับอุปกรณ์ I/O
เพื่อควบคุมการทำงานอุปกรณ์เหล่านั้นได้     
         เมื่อติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows 7 เสร็จแลัว นังถือว่าไม่เสร็จสมบูรณ์ เพราะอาจมีอุปกรณ์บาง
ตัวที่ระบบปฏิบัติการไม่รู้จัก  ต้องติดตั้งไดรเวอร์อุปกรณ์ฮาร์ดแวรให้ครบ ซึ่งปกติโปรแกรมไดรเวอร์ ทางผู้ผลิตมักบรรจุลงในแผ่นซีดี/ดีวีดีที่แนบมาพร้อมกับชุดบรรจุภัณฑ์


Device Manager    
               ในระบบปฏิบัติการ  Windows เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่ได้เชื่อมต่อเข้ากับหน่วยระบบ โดยรายการฮารืดแวร์ทั้งหมดในเครื่อง สามารถได้รับการปรับตั้งค่าผ่านศูนย์กลางแห่งนี้




ความละเอียดของจอภาพ        ค่าติดตั้งที่เหมาะสมจะต้องสัมพันธ์กับขนาดจอภาพ รวมถึงขีดความ
สามารถของไดรเวอร์




Screen Saver    เป็นการตั้ค่าให้แสดงภาพเคลื่อนไหวบนจอภาพ  เมื่อไม่มีการโต้ตอบกับคอมพิวเตอร์ภายในระยะเวลาที่กำหนด





      





แบบฝึกหัดท้ายบทที่ 6

ตอนที่ 1  จงตอบคำถามต่อไปนี้

1.โปรแกรมไดรเวอร์คืออะไร มีบทบาทสำคัญอย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. โปรแกรมหนึ่งที่จะช่วยให้ชิ้นส่วนต่างๆ ที่นำมาประกอบเป็นคอมพิวเตอร์ สามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ โดยจะเป็นตัวขับเคลื่อน หรือ เชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ (Hardware)ไม่ว่าจะเป็นเมนบอร์ด การ์ดจอ เม้าส์ เครืองพิมพ์ และชิ้นส่วนต่างๆของคอมพิวเตอร์ กับ ระบบปฏิบัติการ (OS) เพื่อให้ระบบปฏิบัติการสามารถ ใช้งานอุปกรณ์เหล่านั้นได้ หากไม่มีไดรเวอร์ อุปกรณ์คอมพิวเตอร์เหล่านั้นอาจไม่สามารถใช้งานได้ หรืออาจใช้ได้แต่ไม่ดีเท่าที่ควร


2.มานะบอกกับมีนาว่า ฉันติดตั้ง Windows แล้ว ไม่เห็นต้องติดตั้งไดรเวอร์อะไรให้ยุ่ยากเลยคอมพิวเตอร์ก็ใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ได้ตามปกติ หากนักเรียนเป็นมีนา จะอธิบายให้มานะให้เข้าใจได้อย่าง
ตอบ.  โปรแกรมไดร์เวอร์จำเป็นที่จะต้องติดตั้งลงบนคอมพิวเตอร์ทุกเครื่องเพราะเป็นอุปกรณ์ที่ทำให้เครื่องคอมพิวเตอรสามารถที่จะติดต่อกับอุปกรณ์ภายนอกได้นั่นเอง


3.ในระบบปฏิบัติการวินโดวส์ ตรงส่วนใดที่ใช้เป็นศูนย์รวมของเหล่าอุปกรณ์ที่มีการเชื่อมต่อเข้ากับหน่วยระบบ
ตอบ. Device Manager


4.การปรับตั้งค่า Refresh Rate บนจอภาพ LCD มีความจำเป็นหรือไม่ อย่างไรจงอธิบาย
ตอบ. โดยปกติแล้วหลังจากการติดตั้งไดร์เวอร์จอภาพ ระบบปฏิบัติการจะปรับตั้งค่าความละเอียดของจอภาพภายใต้ขีดความสามารถสูงสุดอยู่แล้ว ดังนั้นการปรับตั้งค่าขึ้นอยู่กับผู้ใช้แต่ละคน



5.การตั้ง Screen Saver บนจอภาพ LCD มีส่วนช่วยถนอมจอภาพโดยตรงหรือไม่ อย่างไร จงอธิบาย
ตอบ. มีส่วนช่วยเพราะ การทำเช่นนี้เป็นการตั้งค่าเพื่อให้เครื่องคอมพิวเตอร์ปิดจออัตโนมัติเมื่อไม่ได้รับการตอบสนองจากผู้ใช้



อ้างอิง

หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา 2128-2002


บทที่ 5

บทที่ 5 การติดตั้งระบบปฎิบัติการ

ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับระบบปฏิบัติการ   มีดังนี้

สิทธิ์ความเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์

กกกกกกกสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของซอฟต์แวร์จะระบุถึงการอนุญาติให้ใช้งานโปรแกรมภายหลังจากโปรแกรมซอฟต์แวร์นั้นถูกพัฒนาขึ้น โดยผู้ที่พัฒนาอาจะเป็นบุคคลหรือระดับองค์กรจะถือสิทธิ์ความเป็นเจ้าของดังกล่าว ว่าจะอนุญาติให้นำไปจำหน่าย แบ่งปัน หรือแจกจ่ายหรือไม่ รวมถึงขอบเขตการใข้งานรูปแบบต่างๆ ซึ่งผูใช้ควรศึกาาเพราะมีผลต่อกฏหมายลิขสิทธิ์ ซอฟต์แวร์ที่ใช้งานในปัจจุุบันนี้มีหลายรูปแบบด้วยกันโดยหากพิจารณาการจัดแบ่งในมุมมองการตลาดแล้ว สามารถแบ่งได้เป็น 4 ประเภทดังนี้

1.ซอฟต์แวร์เพื่อการพาณิชย์

กกกกกกกคือซอฟต์แวรที่พัฒนาขึ้นเพื่อนำไปจำหน่ายและหวังผลกำไร ตัวอย่างเช่น เมื่อซ์้อซอฟต์แวร์นี้มาใช้ มักเป็นสิทธิ์แบบใช้งานคนเดียว หากมีการติดตั้งลงในเครื่องอื่นๆ หรือมีการคัดลอกลงในแผ่นซีดี / ดีวีดี แล้วนำไปแจกจ่าย จะถือว่าคุณได้ทำผิดกฏหมายละเมิดลิขสิทธิ์ นั่นเอง

2.แชร์แวร์

กกกกกกกเป็นโปรแกรมที่มีลิขสิทธิ์เช่นกัน โดยอาจถูกพัฒนาขึ้นโดยองค์กรหรือโปรแกรมเมอร์เพียงคนเดียวก็ได้ มีการแจกจ่ายให้ทดลองใช้งานฟรีภายในระยะเวลาที่กำหนด ที่สำคัญโปรแกรมที่ให้ทดลองใช้งานฟรีนั้น อาจมีบางเครื่องมือบางตัวที่ถูกจำกัดขอบเขตการใช้ รวมถึงการให้ใช้ฟรีได้ภายในระยะที่กำหนดเช่น 30 วัน แต่ถ้าหากต้องการซอฟต์แวร์เต็มคุณสมบัติ และใช้งานได้ตลอดจะต้องจ่ายเงินซื้อ

3. ฟรีแวร์

กกกกกกกคือซอฟต์แวร์ที่ใช้งานได้ฟรี โดยที่ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมใดๆ ผู้ใช้สามารถนำโปรแกรมนี้ไปใช้งานได้ฟร แล้วยังสามารถแบ่งปันหรือคัดลอกให้ผู้อื่นได้ แต่อย่างไรก็ตามผู้เขียนโปรแกรมยังคงเป็นเจ้าของสิทธิ์นั้นอยู่ ดังนั้น ผู้ที่นำไปใช้งาน ย่อมไม่สามารถเข้าไปดำเนินการแก้ไขหรือดัดแปลงใดๆ กับตัวโปรแกรมได้ หากไม่ได้รับอนุญาติจากผู้เขียน มิฉะนั้นจะถูกดำเนินการทางกฏหมายฐานละเมิดสิทธิ์

4. ซอฟต์แวร์สาธารณะ

กกกกกกกคือโปรแกรมที่ปราศจากลิขสิทธิ์ใดๆ โดยเจ้าของลิขสิทธิ์ในตัวโปรแกีมที่เป็นผู้พัฒนาโปรแกรมนี้ขึ้นมา มีจุดประสงค์บริจาคแก่สาธารณะ ดังนั้นซอฟต์แวร์นี้ นอกจากจะใช้งานได้ฟรีแล้ว ยังสามารถคัดลอก ดัดแปลง แก้ไข และแจกจ่ายให้กับบุคคลอื่นได้โดยไม่มีข้อจำกัดและข้อผูกมัดใดๆ

ระบบปฏิบัติการตามมาตรฐานปิดและมาตรฐานเปิด

กกกกกกกกกกก1.ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานปิด
กกกกกกกคือซอฟต์แวร์ที่มีกรรมสิทธิ์ความเป็นเจ้าของ ไม่มีการเปิดเผยชุดคำสั่ง เป็นซอฟต์แวร์ที่มีเจ้าของลิขสิทธิ์เพียงผู้เดียว โดยได้รับใบอนุญาติใต้สิทธิตามกฏหมาย
กกกกกกกกกกก2. ซอฟต์แวร์ตามมาตรฐานเปิด
กกกกกกกคือซอฟต์แวร์ระบบแบบ Open Source ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยแนวคิดการอาศัยความร่วมมือจากโปรแกรมเมอร์หรือนักพัฒนาซอฟต์แวร์ทั่วโลก โดยมีความตั้งใจที่จะเปิดเผยชุดคำสั่งสู่สาธารณะ เพื่แให้เหล่านักพัฒนาช่วยกันสร้างซอฟต์แวร์เหล่านี้ขึ้นมา สามารถนำไปใช้งานได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย

ระบบปฏิบัติการ Windows 7 

กกกกกกกกกระบบปฏิบัติการ Windows 7 ได้เริ่มวางจำหน่ายในปี พ.ศ. 2552 อย่างเป็นทางการ และยังสามารถสร้างยอดจำหน่ายสูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยระยะเวลาเพียง 3 ปีถัดมามียอดจำหน่ายมากกว่า 600 ล้านชุด
ระบบปฏบัติการ Windows 7  ยังมีให้เลือกใช้งานทั้งแบบ 32 บิต และ แบบ 64 บิต โดยมีคุณสมบัติแตกต่างกันไปดังนี้
  • Windows  7 แบบ 32 บิต รองรับหน่วยความจำได้สูงสุด 4 กิกะไบต์
  • Windows  7 แบบ 64 บิต รองรับหน่วยความจำได้ไม่จำกัด
  • Windows  7 แบบ 64 บิต ทำงานได้เร็วกว่า แบบ 32 บิต
  • การติดตั้ง Windows  7 แบบ 64 บิต จำเป็นต้องพิจารณาตัวอุปกรณ์ฮาร์ดแสร์ที่ใช้งานอยู่ว่ารองรับหรือไม่
  • หากเลือกติดตั้ง Windows  7 แบบ 64 บิต โปรแกรมประยุกต์ต่างๆ ที่ออกแบบมาเพื่อใช้งานบนระบบ 32 บิต หรือ 64 บิต สามารถใช้งานได้ทั้งคู่ แต่ถ้าเลือกตืดตั้ง Windows  7 แบบ 32 บิต โปรแกรมประยุกต์ต่างๆที่นำมาติดตั้งใช้งาน จะต้องเลือกใช้แบบ 32 บิต เท่านั้น
ความต้องการของระบบคอมพิวเตอร์ ที่จะนำมาติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows  7 นั้น ทางไมโครซอฟต์ได้ระบุสเปกขั้นต่ำไว้ดังนี้
  • ซีพียูมีความเร็ว  1 GHz ขึ้นไป สำหรับเครื่อง 32 บิต หรือ 64 บิตก็ได้
  • หน่วยความจำหลัก มีความจุข้นต่ำที่ 1 GHz สำหรับ 32 บิต และ  2 GHz สำหรับ 64 บิต 
  • เนื้อที่ว่างบนฮาร์ดดิสก์ ควรมีความจุขั้นต่ำที่ 16 GB สำหรับระบบ 32 บิต sinvmuj 20 GB สำหรับระบบ 64 บิต 
  • อุปกรณ์แสดงผล DirectX9 พร้อมโปรแกรมควบคุม WDDM 1.0 หรือสูงกว่า

ขั้นตอนการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows  7 

กกกกกกกเมื่อคอมพิวเตอร์ที่ประกอบไว้ผ่านการทดสอบแล้วว่ามีความสมบูรณ์และพร้อมที่จะใช้งาน ขั้นต่อไปคือการจะทำให้คอมพิวเตอร์สามารถบูตเครื่องได้ จึงต้องติดตั้งโปรแกรมระบบปฏิบัติการลงไปก่อน ซึ่งระบบปฏิบัติการจะทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของอุปกรณ์ฮาร์ดแวร์ต่างๆ ของระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อตอบสนองการใช้งานแก่ผู้ใช้ตามความประสงค์
ต่อไปนี้จะเป็นการสาธิตวิธีการติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows  7  ซึ่งต้องจัดเตรียมอุปกรณ์ที่สำคัญต่างๆ ดังนี้
  • ชุดคอมพิวเตอร์ที่พร้อมใช้งาน
  • แผ่นติดตั้งระบบปฏิบัติการ Windows  7 
  • แผ่นไดรเวอร์เมนบอร์ด 
วิธีการติดตั้ง ดังนี้
1. ใส่แผ่น DVD Windows 7 หรือ USB Boot Windows 7 แล้วตั้งค่าให้ Boot ไปที่ DVD ,USB
2. จากนั้นจะเข้าสู้หน้าตาของ Windows 7 ให้รอสักครู่

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-1.png


3. เมื่อมาถึงหน้านี้ให้เราตั้งค่าภาษา
Language to install: English
Time and currency format: Thai (Thailand)
Keyboard or input method: US คลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-2.png


4. คลิก Install now

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-3.png


5. ให้ทำเครื่องหมายถูกที่ช่อง I accept the license terms แล้วคลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-5.png


6. คลิกเลือกที่ Custom (advanced)

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-6.png


7. ถึงหน้านี้เราจะเห็นว่ามี Hdd ทั้งหมดภายในเครื่องเรา กรณีนี้เป็นเครื่องใหม่ที่ยังไม่เคยติดตั้ง windows มาก่อน เราจึงต้องทำการ สร้างพาติชั่น (Patition)  (เครื่องที่เคยลง windows มาก่อนให้คลิกที่นี้) โดยคลิกที่ Drive options (advanced)

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-7.png


จากนั้นคลิกที่ New

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-8.png


โดย windows จะให้เราแบ่งไดร์ C ก่อนคือไดร์ที่เราจะทำการติดตั้ง windows ลงไป การแบ่งจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ของ Hdd แต่ละเครื่อง โดย 1024 MB = 1 GB หลักจากใส่จำนวนเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ Apply

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-9.png


ยืนยันโดยการคลิก OK

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-10.png


จากนั้นเราก็จะได้ พาติชั่น(Patition) มาเรียบร้อย หากมีพื้นที่ Hdd เหลือก็ให้ทำการสร้าง พาติชั่น ตามขั้นตอนข้างต้น (กรณีที่เคยติดตั้ง windows มาก่อนแล้ว ให้เลือก พาติชั่น ที่ต้องการติดตั้ง windows แล้วทำการ Format จากนั้นทำตามข้อ 8 เป็นต้นไป) หลังจากได้ พาติชั่น ให้ทำการ Format 1 ครั้ง

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-11.png


คลิก OK

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-12.png


8. หลังจาก format เรีบยร้อย ให้คลิกเลือกไดร์ที่ต้องการติดตั้ง windows แล้วคลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-13.png


9. จากนั้นรอ…. ระหว่างนี้ เครื่องจะ รีสตาร์ท เอง 2 ครั้ง

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-14.png


10. หลังจากเครื่องทำการติดตั้ง windows เรีบยร้อยแล้วจะรีสตาร์ท กลับมาก็จะให้เราทำการกำหนด User name และ Computer name

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-15.png


กำหนด User name และ Computer name ตามต้องการ เสร็จแล้วคลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-16.png


11. กำหนด password หากไม่ต้องการกำหนด ให้คลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-17.png


12. ขั้นตอนนี้เป็นการตั้งค่าอัพเดท windows  โดยส่วนใหญ่จะเลือก Use recommended settings 
(ตั้งค่าให้อัพเดทอัตโนมัติ) Ask me later (อัพเดทเองภายหลัง)

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-18.png


13. ตั้งค่าโซน วันที่ เวลา แล้วคลิก Next

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-19.png


14. เลือก network ตามต้องการ

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-20.png


เมื่อเสร็จเรียบร้อยจะขึ้นหน้านี้

https://www.nongit.com/blog/wp-content/uploads/2014/12/INSTALL-WINDIWS-7-21.png



การติดตั้ง Linux Mint

       Linux Mint เป็น Linux distribution ที่คนกำลังหันมาใช้งานเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีจุดขายคือใช้งานง่าย ดีไซน์เรียบแต่ดูดี ทำเอาคนเปลี่ยนใจจาก Windows ได้ไม่ยากเลย เช่นเดียวกับ Linux distribution ทั่วไป คุณสามารถดาวน์โหลดมาใช้กันได้ฟรีๆ แถมจะติดตั้งกี่เครื่องกี่ครั้งก็ตามใจ สมัยนี้การติดตั้ง Linux นั้นแสนจะง่ายขึ้นทุกวันๆ เอาจริงๆ ก็ง่ายกว่าติดตั้ง Windows  ด้วยซ้ำ 

           1. เตรียมแผ่นซีดี แผ่นติดตั้งให้พร้อม
ต้อง Backup ข้อมูลซะก่อน  ถ้าจะติดตั้ง Linux Mint ทับระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่ ข้อมูลในเครื่องก็จะหายไปทั้งหมด เอาให้แน่ใจว่าเอกสารและไฟล์สำคัญๆ นั้นถูก backup ไว้ปลอดภัยหายห่วง ก่อนจะเริ่มขั้นตอนการติดตั้ง 

http://pad1.whstatic.com/images/thumb/c/c9/Install-Linux-Mint-Step-2-Version-2.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-2-Version-2.jpg.webp


           2. ดาวน์โหลด ISO ของ Linux Mint มา  ไฟล์ ISO ก็คือไฟล์ image ของ disk ไว้สำหรับไรท์ลงแผ่น DVD ตัว ISO นี้ดาวน์โหลดกันได้ฟรีๆ จากเว็บไซต์ของ Linux Mint แต่ก็ขนาดใหญ่น่าดู 
  • คุณจะพบว่ามีหลายตัวเลือกด้วยกันในหน้า Downloads ของเว็บไซต์ Linux Mint แต่ส่วนใหญ่คนจะเลือกเวอร์ชั่น "Cinnamon" ที่อยู่บนสุดของรายการ อันนี้คือรูปแบบหน้า desktop ตั้งต้นของ Linux Mint สำหรับคนที่ advanced หน่อย จะเลือกเวอร์ชั่นอื่นก็ได้ไม่ว่ากัน
  • ที่สำคัญคือต้องเลือกเวอร์ชั่นที่ใช้ได้กับระบบของคุณ ว่าเป็นแบบ 32-bit หรือ 64-bit ถ้าไม่รู้ว่า Windows หรือ Ubuntu ของคุณเป็นแบบไหน ให้ลองไป google เพิ่มเติมเพื่อความชัวร์
http://pad1.whstatic.com/images/thumb/d/d0/Install-Linux-Mint-Step-3-Version-2.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-3-Version-2.jpg.webp


           3. ดาวน์โหลดโปรแกรมไรท์ไฟล์ image มา จะ copy ไฟล์ ISO ลง DVD ได้ ต้องมีโปรแกรมไรท์ไฟล์ image ซะก่อน โปรแกรมฟรีที่คนนิยมใช้กันก็คือ ImgBurn แต่ก็ยังมีให้เลือกอีกเยอะ โดยเฉพาะของ Nero
  • ถ้าคุณใช้ Windows 7 หรือ 8 อยู่ ก็ใช้โปรแกรมไรท์ข้อมูลที่มาพร้อมกับ Windows ได้เลย แค่คลิกขวาที่ไฟล์ ISO แล้วเลือก "Burn disc image"
http://pad2.whstatic.com/images/thumb/8/8a/Install-Linux-Mint-Step-4.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-4.jpg.webp


เริ่มการติดตั้ง Linux Mint

           1. ตั้งค่าให้ boot เครื่องจาก DVD drive. จะเปิด Linux Mint ได้ ต้อง boot เครื่องขึ้นมาจากแผ่น แทนการ boot จาก hard drive ไปเปลี่ยน boot order ที่เมนู BIOS ในคอมก็ได้ แต่ถ้ามีข้อสงสัยตรงไหนเรื่องขั้นตอนการเปิดเมนู BIOS ก็รีบ google เพิ่มเติมได้เลย  พอเข้ามาใน BIOS แล้ว ให้หาเมนู Boot ให้เจอ เปลี่ยน boot order ให้ DVD drive ชิง boot เครื่องก่อน hard drive แผ่นจะได้โหลดก่อนเข้าระบบปฏิบัติการที่ใช้อยู่

http://pad1.whstatic.com/images/thumb/d/d1/Install-Linux-Mint-Step-5-Version-2.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-5-Version-2.jpg.webp


           2. เปิดใช้ระบบ Linux Mint live. พอคอม boot ขึ้นมาจากแผ่น DVD Linux Mint ที่คุณไรท์ไว้ คุณจะเจอกับตัวเลือกสั้นๆ ให้เลือก "Start Linux Mint" เพื่อ boot ระบบปฏิบัติการ Linux Mint จากแผ่น DVD
แต่นี่ยังไม่ใช่การติดตั้ง Linux Mint นะ การ Boot ระบบปฏิบัติการจากแผ่น DVD แค่ทำให้คุณลองใช้ Linux Mint ดูก่อนได้ ว่าชอบไม่ชอบตรงไหน ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้เต็มตัว ระหว่างอยู่ในโหมดทดลองนี้ คุณจะไม่สามารถเปลี่ยนค่าอะไร หรือลบและสร้างไฟล์ไหนได้ แต่ก็ถือเป็นวิธีที่ดีในการทำความรู้จักกับ Linux Mint ที่ใช้จากใน DVD นั้นอาจจะทำงานช้าไปบ้าง ถ้าเทียบกับเวลาติดตั้งไปแล้วจริงๆ เพราะฉะนั้นอย่าเพิ่งด่วนตัดสินไป เพราะพอติดตั้งแล้วจะทำงานได้แจ๋วกว่าเยอะ


http://pad1.whstatic.com/images/thumb/d/d7/Install-Linux-Mint-Step-7-Version-2.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-7-Version-2.jpg.webp


           3. มาติดตั้งกันเลย. พอทำความรู้จักกับหน้าจอ desktop ของ Linux Mint มาพักนึงแล้ว ก็ได้เวลาติดตั้งจริงๆ โดยดับเบิลคลิกที่ไอค่อน "Install Linux Mint" ในหน้า desktop แค่นี้โปรแกรมก็จะเริ่มติดตั้ง จากนั้นให้เลือกภาษาที่จะใช้ แล้วคลิก "Continue"

http://pad3.whstatic.com/images/thumb/4/47/Install-Linux-Mint-Step-8.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-8.jpg.webp


           4. เช็คความพร้อมก่อนติดตั้งแบบ basic. ถ้าจะเลือกติดตั้งแบบสำเร็จ ต้องมีความจำอย่างน้อย 3.5 GB พร้อมสัญญาณอินเทอร์เน็ตลื่นไหลไม่ขาดตอนถ้าจะติดตั้ง Mint ในแล็ปท็อป ขอให้เสียบปลั๊กไว้ด้วยระหว่างติดตั้ง

           5. เลือกวิธีติดตั้ง. ในหน้าจอถัดไป คุณจะเลือกได้ว่าจะใช้เนื้อที่ของ hard disk ไหนมาติดตั้งระบบปฏิบัติการ Linux มีให้เลือกหลักๆ 2 วิธีด้วยกันล้าง disk แล้วติดตั้ง Linux Mint - วิธีนี้จะเป็นการลบข้อมูลทั้งหมดใน disk ที่เลือกทิ้ง แล้วค่อยติดตั้ง Linux Mint ลงไป โดยจะล้างหายไปทั้งระบบปฏิบัติการเดิมที่ใช้และข้อมูล เลือกวิธีนี้ได้เลยถ้าคุณจะใช้ Linux Mint เป็นระบบปฏิบัติการเดียวในคอมวิธีอื่น - เป็นวิธีที่แบ่งที่ว่างใน hard disk มาสร้าง partition ของ Linux Mint แยกออกมา ให้คุณสามารถติดตั้ง Linux Mint ควบคู่ไปกับระบบปฏิบัติการเดิมที่ใช้อยู่ได้ นอกจากนี้ยังเลือกขนาด partition ของ Linux ได้อีกด้วย

http://pad2.whstatic.com/images/thumb/8/8e/Install-Linux-Mint-Step-9.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-9.jpg.webp


           6. เลือก hard drive ที่คุณจะติดตั้ง. ในหน้าจอถัดไป ให้เลือก drive ที่จะติดตั้ง Linux จากในเมนูที่ขยายลงมา ถ้าเลือก "Something else" คุณจะสามารถใช้แถบ slide ปรับขนาด partition ของ Linux ได้ด้วยPartition ของ Linux Mint นั้นต้องใช้เนื้อที่อย่างน้อย 6 GB ส่วน swap partition นั้นควรจะมากกว่า RAM ที่คุณติดตั้งประมาณ 1.5 เท่าถ้าเลือกติดตั้งวิธีแรก ข้อมูลทั้งหมดใน disk ที่เลือกจะถูกลบหายไประหว่างติดตั้ง

           7.เลือกตำแหน่งที่ตั้งของคุณ และตั้งค่าคีย์บอร์ด. พอเริ่มติดตั้งแล้ว จะมีให้คุณเลือก timezone และ keyboard layout จะใช้ปุ่ม Detect Keyboard Layout ก็ได้ถ้าคุณไม่แน่ใจว่าต้องเลือก keyboard layout ยังไง

http://pad3.whstatic.com/images/thumb/1/1c/Install-Linux-Mint-Step-11.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-11.jpg.webp


           8.ตั้ง user ของคุณ. พอเลือกวิธีการป้อนข้อมูลแล้ว ก็ต้องมาใส่ชื่อแล้วสร้าง user พอใส่ชื่อไป username กับ machine name ก็จะกลายเป็นชื่อของคุณโดยอัตโนมัติ ให้เปลี่ยน username ได้ตามใจชอบ
Machine name ก็คือชื่อเครื่องของคุณนั่นเอง ไว้ใช้แสดงให้เครื่องอื่นเห็นเวลาเชื่อมต่อกัน
ต้องตั้ง password ด้วยนะ ทั้ง username และ password นี้แหละ จะเป็น administrator account ของคุณ ถ้าจะเปลี่ยนอะไรในระบบเมื่อไหร่ก็ต้องใส่ข้อมูลตรงนี้ทุกครั้งหรือจะเว้นว่างไว้ แล้วเลือกล็อกอินอัตโนมัติ หรือให้ตั้ง username กับ password มาให้เลยก็ได้ เอาอันที่ใช้แล้วสบายใจเลยพอติดตั้งแล้ว ก็เพิ่ม user อื่นๆ ได้อีก

http://pad3.whstatic.com/images/thumb/d/d0/Install-Linux-Mint-Step-12.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-12.jpg.webp


           9. รอจนติดตั้งเสร็จ. พอใส่ข้อมูลไปหมดแล้ว Linux Mint จะเริ่ม copy ไฟล์ ระหว่างนี้คุณก็ดูความคืบหน้าได้ที่แถบข้างล่างหน้าจอ พอ copy ไฟล์เสร็จแล้ว ก็ถึงเวลาเริ่มติดตั้งและปรับแต่งเครื่อง
ขั้นตอนนี้อาจใช้เวลานานหน่อย โดยเฉพาะถ้าเป็นเครื่องรุ่นเก่า แต่ขั้นตอนหลังจากนี้ก็เป็นไปโดยอัตโนมัติแล้ว เพราะงั้นคุณจะไปทำอะไรก่อนก็ได้ แล้วเดี๋ยวค่อยกลับมาดูใหม่
ตัวติดตั้งอาจดาวน์โหลดไฟล์อื่นเพิ่มเติมระหว่างติดตั้ง เพราะฉะนั้นเน็ตคุณห้ามขาดห้ามหลุดเลย

http://pad3.whstatic.com/images/thumb/f/f4/Install-Linux-Mint-Step-13.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-13.jpg.webp


           10. คลิก "Restart Now". พอติดตั้งเสร็จแล้ว จะมีขึ้นเตือนให้คุณรีสตาร์ทเครื่อง ให้คลิกที่ปุ่ม "Restart Now" เพื่อ reboot เครื่องแล้วโหลดเข้าระบบปฏิบัติการใหม่เอี่ยมอ่องที่เพิ่งติดตั้ง

http://pad3.whstatic.com/images/thumb/f/f2/Install-Linux-Mint-Step-14.jpg/728px-Install-Linux-Mint-Step-14.jpg.webp





อ้างอิง 
 หนังสือเรียนวิชา การใช้งานระบบปฏิบัติการ รหัสวิชา  2128-2002

http://th.wikihow.com/ติดตั้ง-Linux-Mint  

บทที่ 3

บทที่ 3 ระบบปฏิบัติการกับการจัดการทรัพยากรระบบ

การจัดการโปรเซส

       โปรเซสคือโปรแกรมที่ถูกประมวลผลโดยซีพียูแต่ในความเป็นจริงแล้วกิจกรรมที่ส่งไปให้ซีพียูประมวลผลนั้น ใช่ว่าจะเป็นโปรแกรมเท่านั้น ซึ่งในบางระบบอาจมีการเรียกกิจกรรมที่ซีพียูประมวลผลอยู่แตกต่างกันไป เช่น Job , Task  หรือ User Program ต่างก็มีความหมายเดียวกันกับคำว่าโปรเซส

สถานะของโปรเซส

       เมื่อแต่ละโปรเซสกำลังทำงานอยู่ จะมีการเปลี่ยนแปลงสถานะของโปรเซสในแต่ละช่วงเวลา โดยการทำงานของโปรเซสจะเกิดขึ้นบนสถานะใดสถานะหนึ่งเท่านั้น ซึ่งสถานะของโปรเซสประกอบด้วย
      1. New คือสถานะที่โปรเซสใหม่กำลังถูกสร้างขึ้น
      2. Ready คือสถานะที่โปรเซสกำลังรอคอย หรือพร้อมที่จะครอบครองหน่วยซีพียูเพื่อทำงาน
      3. Running คือสถานะที่โปรเซสได้ครอบครองซีพียู หรือโปรเซสที่กำลังทำงานตามคำสั่งของโปรแกรม
      4. Waiting คือสถานะที่โปรเซสกำลังรอคอยเหตุการณ์บางอย่าง เช่น รอให้มีการรับหรือส่งข้อมูลให้เรียบร้อยก่อน
      5. Terinated คือสถานะที่โปรเซสได้หยุดลง


สถานะของโปรเซส
https://blogger.googleusercontent.com/img/b/R29vZ2xl/AVvXsEj1o7pHfJysbyX156sVL6hEvtmZM_pVf5b0b2XUfw95IgRujrv9TZE61Ur9X_8Y-UQwgXbGZI8VaAsMcHGN5HUSte4_wUDLYSCnaoC3trQBZZLPTOiL5MX7OJ8sRM9rGqtSuttb32utnp4/s1600/chapte3.gif

วิธีการจัดตารางการทำงาน

       จากสถานะของโปรเซสที่กล่าวมา ทำให้ทราบว่าโปรเซสใดที่จะถูกส่งไปให้ซีพียูทำงานก่อน ดังนั้นระบบปฏิบัติการจึงต้องมีวิธีการตัดสินใจในการส่งโปรเซสเข้าครอบครองซีพียู จึงเกิดการจัดตารางการทำงานของหน่วยซีพียูขึ้น เพื่อแก้ไขปัญหาที่จะเกิดขึ้น โยมีหลายวิธีดังนี้

      1. วิธีแบบมาก่อนได้ก่อน  (First-Come , FirstServed Scheduling : FCFS) 

เป็นวิธีที่โปรเซสใดที่ร้องขอหน่วยซีพียูก่อน ก็จะได้รับบริการจากซีพียูก่อนตามที่ร้องขอกล่าวคือ เป็นไปตามโปรเซสที่ร้องขอบริการจากซีพียูตามลำดับคิว เป็นวิธีที่ง่าย ไม่ซับซ้อน ยกตัวอย่างเช่น หากโปรเซที่ป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบเป็นไปตามลำดับ P1 , P2 , และ P3 ดังนั้นคิวของแต่ละโปรเซสก็คือ
P1    จะใช้เวลารอคอยเป็นศูนย์
P2    จะใช้เวลารอคอยเท่ากับ 24 มิลลิวินาที
P3    จะใช้เวลารอคอยเท่ากับ 27 มิลลิวินาที
วิธีแบบมาก่อนได้ก่อน จะมีประสิทธิภาพก็ต่อเมื่อโปรเซสที่ลำดับเข้ามาในคิวมีความเหมาะสมก็จะทำให้เฉลี่ยเวลาน้อยลง แต่เป็นไปได้ยาก

       2. วิธีแบบงานใดใช้เวลาสั้นที่สุด จะได้ก่อน (Shortes-Job-First Scheduling : SJF)

เป็นวิธีที่ไม่นึกถึงลำดับในคิวว่างานใดมาก่อน แต่จะพิจารณาถึงงานหรือโปรเซสที่ใช้เวลาการประมวลผลน้อยที่สุดก็จะได้บริการหน่วยซีพียูก่อน อย่างไรก็ตามหากกลุ่มงนมีเวลาประมวลผลเท่ากัน ก็จะพิจารณาโปรเซสที่มาก่อนได้ก่อนแทน ยกตัวอย่างเช่น
P1    ใช้เวลาการประมวลผลที่ 6 มิลลิวินาที
P2    ใช้เวลาการประมวลผลที่ 8 มิลลิวินาที
P3    ใช้เวลาการประมวลผลที่ 7 มิลลิวินาที
P4    ใช้เวลาการประมวลผลที่ 3 มิลลิวินาที
ดังนั้น โปรเซสที่จะป้อนข้อมูลเข้าสู่ระบบตามวิธีแบบ SJF ก็จะได้แก่ P4 ,P1 , P3 และ P2

       3. วิธีตามลำดับความสำคัญ (Priority Scheduling)

เป็นวิธีที่มีการกำหนดความสำคัญของโปรเซสแต่ละโปรเซสไม่เท่ากันโดยโปรเซสที่จะเข้าครอบครองซีพียูได้ ต้องมีลำดับความสำคัญสูงสุดในกลุ่ม

       4. วิธีการหมุนเวียนกันทำงาน (Round-Robin Scheduling)

การจัดการทำงานบบนี้ถูกออกแบบมาให้ใช้กับระบบคอมพิวเตอร์แบบแบ่งเวลา โดยจะใช้พื้นฐานวิธีแบบมาก่อนได้ก่อน เป็นหลัก แต่โปรเซสจะไม่สามารถครอบครองซีพียูได้เท่ากับเวลาที่ต้องการ ดังนั้นจึงมีการกำหนดเวลาในการครอบครองให้เทาๆกัน ซึ่งเป็นขช่วงเวลาสั้นๆ

การจัดการหน่วยความจำ

       การจัดการหน่วยความจำเป็นสิ่งที่ยากต่อการออกแบบระบบปฏิบัติการทีเดียว เนื่องจากการจัดการหน่วยความจำหลักในแต่ละวิธี ล้วนแต่มีข้อจำกัดเหมือนกันนั่นก็คือโปรเซสหนึ่งๆ จะต้องถูกโหลดเข้าไปอยู่ในหน่วยความจำหลักก่อนที่โปรเซสจะเริ่มทำงานหรือประมวลผลนั้นๆ หมายความว่าขนาดของโปรเซสที่ถูกโหลดเขาไปในหน่วยความจำนั้นขนาดจะต้องไม่โตกว่าหน่วยความจำหลักที่มีอยู่ และหากคิดตามหลักความเป็นจริงแล้วขนาดของหน่วยความจำหลักมักมีขนาดจำกัด ในขณที่โปรแกรมต่างๆ ในปัจจุบันมักมีความซับซ้อนยิ่งขึ้นในหน่วยความจำหลักได้ั้งหมด เนื่องจากขนาดหน่วยความจำหลักมีน้อยกว่า ดังนั้นจึงต้องมีการะบวนการจัดการเพื่อให้โปรแกรมเหล่านั้นสามารถโหลดเข้าไปในหน่วยความจำหลัก เพื่อนำไปสู่การประมวลผลให้ได้

การจัดสรรหน่วยความจำ (Memory Allocation) 

       ข้อมูลและโปรแกรมต่างๆ ล้วนต้องถูกโหลดเข้าไปในหน่วยความจำหลัก หรือ โปรแกรมจะทำงานได้ดีก็ต่อเมื่อโปรแกรมนั้นได้ถูกโหลดไว้ในหน่วยความจำแล้วเท่านั้น และการที่โปรแกรมสามารถเข้าไปใช้หน่วยความจำของระบบได้ เพราะระบบปฏิบัติการเป็นผู้จัดสรรนั่นเอง

ระบบโปรแกรมเดี่ยว

 (Single Program/Monoprograming)

       ในระบบคอมพิวเตอร์ที่มีการประมวลผลในรูปแบบโปรแกรมเดียว หมายความว่าสามารถรันโปรแกรมของผู้ใช้ได้เพียงครั้งละหนึ่งโปรแกรมเท่านั้น ซึ่งหลักการทำงานของระบบโปรแกรมเดี่ยวมีข้อดีตรงที่การจัดการความจำเป็นไปค่อนข้างง่าย ไม่ซับซ้อน แต่ข้อจำกัดคือไม่สามารถรันโปรแกรมได้หลายๆโปรแกรม ตัวอย่างระบบปฏิบัติแบบโปรแกรมเดียวคือ ระบบปฏิบัติการ DOS

ระบบหลายโปรแกรม (Multiprogramming)

       หลักการของระบบหลายโปรแกรมคือ การทำงานของโปรแกรมในคอมพิวเตอร์ส่วนใหญ่สูญเสียไปกับการจัดการอุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุต ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าวมีการเข้าถึงการทำงานช้ามากเมื่อเทียบกับซีพียู และขณะที่จัดการกับอุปกรณ์ดังกล่าวก้ไม่จำเป็นต้องใช้ซีพียูดังนั้นซีพียูจะว่าง ไม่มีการทำงานใดๆให้สูญเสียเวลาอันมีค่าไปอย่างน่าเสียดายหากในช่วงเวลาดังกล่าว นำโปรแกรมอื่นเข้ามาครอบครองเพื่อให้ใช้งานซีพียูได้ ก็ถือว่าคุ้มค่าเพราะซีพียูเป็นสิ่งที่มีทรัพยากรสูง สามารถรันโปรแกรมในขณะเดียวกันได้
คอมพิวเตอร์ที่ใช้ระบบปฏิบัติการที่สามารถรองรับการทำงานแบบหลายโปรแกรมนั้นมักเป็นระบบปฏิบัติการที่มีคุณภาพ ในปัจจุบันระบบปฏิบัติการที่ออกแบบมาล้วนแต่รองรับการทำงานแบบหลายโปรแกรมแทบทั้งสิ้น แต่จะต้องได้รับการออกแบบที่ดี


หน่วยความจำเสมือน (Virtual Memory)

       โปรแกรมที่รันจะต้องถูกเก็บไว้ในหน่วยความจำทั้งหมด กล่าวคือโปรเซสทั้งตัวจะต้องอยู่ในหน่วยความจำหลักไปก่อน จึงสามารถเริ่มทำการประมวลผลได้ ซึ่งเป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าพิจารณาให้ดีจะพบว่า หากโปรแกรมมีขนาดใหญ่กว่าพื้นที่หน่วยความจำหลักก็ไม่สามารถประมวลผลได้ นั่นเอง

การจัดการแฟ้มข้อมูล

       ในระบบปฏิบัติการจะมีวิธีการจัดเก็บข้อมูลรูปแบบของไฟล์หรือแฟ้มข้อมูล โดยที่ไฟล์ข้อมูลนั้นๆ อาจบรรจุข้อมูลไปด้วยข้อมูลหรือโปรแกรมใดๆ ที่ผู้ใช้ต้องการรวบรวมไว้เป็นชุดเดียวกันที่สำคัญ การอ้างอิงไฟล์หรือข้อมูลต่างๆภายในโปรแกรม จะไม่เกี่ยวข้องกับแอดเดรสของโปรแกรมใดๆทั้งสิ้น



อ้างอิง

       หนังสือเรียนวิชาการใช้งานระบบปฏิบัติการ

บทที่ 2

บทที่2: โครงสร้างของระบบคอมพิวเตอร์และโครงสร้างของระบบคอมพิวเตอร์

                   ระบบคอมพิวเตอร์ ในยุคปัจจุบัน จะประกอบไปด้วยซีพียู และตัวควบคุมอุปกรณ์(Device Controller)อยู่จำนวนหนึ่ง ที่มีการเชื่อมโยงเข้าด้วยกันผ่านสายส่งข้อมูล หรือที่เรียกว่าบัส (Bus)


             ตัวควบคุมอุปกรณ์ แต่ละตัวจะมีหน้าที่ตนรับผิดชอบ เช่นดิสก์ไดรฟ์หรือเครื่องพิมพ์ เป็นต้น



              ซีพียูและตัวควบคุมอุปกรณ์ต่างๆล้วนแต่ต้องการใช้พื้นที่หน่วยความจำทั้งสิ้น

              พื้นที่หน่วยความจำ เป็นพื้นที่ส่วนกลางที่อนุญาติให้อุปกรณ์อื่นๆและโปรแกรมต่างเข้าใช้งาน
ร่วมกันได้โดยจะผ่านสายส่งข้อมูลที่เรียกว่าบัส


              ทั้งซีพียูและตัวควบคุมอุปกรณ์ต่างๆ จึงสามารถทำงานพร้อมๆกันได้ ด้วยสาเหตุนี้ จึงต้องมีตัวควบคุมหน่วยความจำ (Memory Controller) ที่รับผิดชอบหน้าที่ควบคุมดังกล่าว เพื่อป้องกันให้การเข้าถึงหน่วยความจำ เป็นไปได้อย่างถูกต้อง


      เมื่อมีการเปิดเครื่อง เพื่อให้คอมพิวเตอร์เริ่มทำงาน เหตุการณ์ของการเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์จะเรียกว่า การบูต (Boot)


             ครั้นเมื่อระบบปฏิบัติการได้โหลดเข้าสู่หน่วยความจำหลักเป็นที่เรียบร้อยแล้ว Bootstrap              Program  ก็หมดหน้าที่ลง และจะปล่อยให้ระบบปฏิบัติการเป็นตัวควบคุมดูแลระบบแทน ระบบปฏิบัติการจะรอคอยสัญญาณขัดจังหวะ หรือที่เรียกว่า การอินเตอร์รัปต์ (Interrupt) 

              สำหรับฮาร์ดแวร์ สามารถส่งสัญญาณอินเตอร์รัปต์ผ่านทางบัสระบบ (System Bus) มายังซีพียูได้ตลอดเวลา ในขณะที่ซอฟต์แวร์จะส่งสัญญาณอินเตอร์รัปต์ผ่านทางคำสั่งเรียกระบบ (System Call) เพื่อให้เอ็กซีคิวต์คำสั่งที่ต้องการ 



                  อินเตอร์รัปต์เวกเตอร์  ประกอบด้วยหมายเลขอินเตอร์รัปต์ และตำแหน่งแอดเดรสของรูทีนอินเตอร์รัปต์ ที่ทำให้ซีพียูรู้ตำแหน่งของอุปกรณ์ที่จะเข้าไปจัดการ

                  คอมพิวเตอร์ที่ใช้งานทั่วไปประกอบด้วยซีพียู มีตัวควบคุมอุปกรณ์จำนวนหนึ่งที่เชื่อมโยงถึงกันผ่านบัส ตัวควบคุมแต่ละตัว รับผิดชอบอุปกรณ์เชื่อมต่ออยู่หนึ่งอุปกรณ์ 

                DMA (Direct Memory Access) เป็นวิธีการส่งข้อมูลจากอุปกรณ์ I/O ไปยังหน่วยความจำโดยตรง โดยไม่ต้องผ่านซีพียู วิธีนี้ ทำให้การส่งข้อมูลมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ทั้งยังไม่ต้องเปลืองเวลาซีพียูด้วย 




           ลำดับชั้นหน่วยความจำ  จะสะท้อนถึงความเร็ว ราคาหน่วยความจำชนิดต่างๆ ชนิดหน่วยความจำอยู่ส่วนบนจะมีความเร็วสูงหน่วยความจำถัดลงมาจะมีความเร็วที่ต่ำลงไปเรื่อยๆหน่วยความจำความเร็วมักสูงมักมีราคาแพง หน่วยความจำที่มีความเร็วต่ำราคาถูกและมีความจุสูง แต่เข้าถึงข้อมูลที่ช้ากว่า

.



               หน่วยความจำแบบ Volatile ซึ่งได้แก่ รีจิสเตอร์ แคช และหน่วยความจำหลัก โดยข้อมูล บันทึกอยู่ในหน่วยความจำชนิดนี้ จะสูญหายทันทีเมื่อไม่มีไฟเลี้ยงวงจร หากต้องการเก็บไว้ใช้ภายหลังจึงต้องใช้หน่วยความจำชนิด Non-Volatile ซึ่งประกอบด้วยบรรดาดิสก์ทั้งหลาย และรวมถึงเทป

               เพื่อป้องกันข้อผิดพลาดในระบบ ที่อาจส่งผลเสียหายต่อโปรแกรมที่ส่งเข้ามาประมวลผลรวมถึงตัวระบบปฏิบัติการเอง ดังนั้นในระบบที่รองรับการทำงานหลายงาน และมีการใช้ทรัพยากรร่วมกัน จึงมีการแบ่งการทำงานเป็นโหมด ซึ่งประกอบด้วย
1.  โหมดการทำงานผู้ใช้ (User Mode)
2.  โหมดการทำงานของระบบ (System Mode/Monitor Mode)
               
               เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ใช้หรือโปรแกรมเข้าไปจัดการกับอุปกรณ์ I/O อย่างไม่ถูกต้อง จึงมีการกำหนดให้คำสั่ง I/O ทั้งหมดเป็นคำสั่งสงวน นั่นหมายความว่า ผู้ใช้จะไม่สามารถสั่งการกับอุปกรณ์อินพุตและเอาต์พุตได้โดยตรง แต่ถ้าหากผู้ใช้ต้องการใช้งาน I/O จะต้องติดต่อผ่านระบบปฏิบัติการเท่านั้นโดยเรียกใช้ผ่านโปรแกรมที่เรียกว่า System Call 

               การป้องกันหน่วยความจำ จะทำได้โดยการป้องกันไม่ให้โปรแกรมของผู้ใช้สามารถเข้าไปแก้ไขข้อมูลที่อยู่นอกเหนือจากพื้นที่หน่วยความจำของกันและกัน ซึ่งอาจทำให้ข้อมูลเสียหายได้
การศึกษาโครงสร้างของระบบปฏิบัติการ จึงสามารถพิจารณาถึงส่วนสำคัญต่างๆ ดังนี้
1.  ส่วนประกอบของระบบ
2.  งานบริการของระบบปฏิบัติการ
3.  การติดต่อระหว่างโปรเซสเซอร์กับระบบปฏิบัติการ